ฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์


1. ฟิลเลอร์คืออะไร?


สารเติมเต็มผิวหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า เดอร์มอล ฟิลเลอร์ (Dermal filler) คือ สารไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid ) หรือ HA เป็นสารที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกแล้ว เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจน มีโครงสร้างประกอบกันเป็นร่างแหด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งมีอยู่แล้วในเซลล์ผิว มีความปลอดภัยสูง


2. ฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอย่างไร ?


คุณสมบัติของฟิลเลอร์ ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข หน้าตอบ ร่องแก้มลึก ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง หรือเพิ่มปริมาตรให้กับผิว เทียบได้กับการติดสปริงให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับขึ้น ผิวเรียบเสมอกัน ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน รวมไปถึงการปรับรูปหน้า เติมเต็มรูปหน้าให้สมส่วน ได้รูปยิ่งขึ้น และจะสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถนำฟิลเลอร์ มาเติมเติมได้ทุกส่วนของผิว


3. จุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์



- ฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและยาวขึ้น
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มที่ลึก ลดปัญหาแก้มตอบ สาเหตุทำให้ดูแก่ก่อนวัย
- ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขมับ เติมเต็มบริเวณใบหน้าผากที่แบบทำให้นูนดูมีมิติและสวยเข้ารูป
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ดูไม่ลึก
- ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เติมริ้วรอยร่องมุมปาก
- ฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วยให้จมูกโด่งได้ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
- ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหลุมแผลเป็น
- ฉีดฟิลเลอร์ midface

4. ประเภทของฟิลเลอร์

1. แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2. แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบที่ 1 สามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3. แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มแบบ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สามารถสลายได้องตามธรรมชาติ และ อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว


5. ฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้เห็นผล ปลอดภัย


หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ แต่แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์สักระยะ เพราะตอนนั้นน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไปแล้ว หากยังต้องการเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้ ทั้งนี้ โดยส่วนมากผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว เพิ่มมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน หรือ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลาย เร็วก่อนบริเวณอื่น ขอแนะนำว่าให้เลือกฉีดฟิเลอร์กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น และอย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้มั่นใจไร้กังวลเรื่องผลข้างเคียง


ตัวอย่างเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ :


*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล*

6. การดูแลก่อนฉีดฟิลเลอร์

อย่าลืมงดยาและอาหารเสริมบางประเภท โดยเฉพาะยาในกลุ่มยา บรรเทาปวด NSAIDs เช่น Ibuprofen Aspirin เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม หรือรอยช้ำบริเวณตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ รวมถึงอาหารเสริมบางประเภท เช่น วิตามินอี แปะก๊วย น้ำมันปลา ซึ่งอาจมีผลทำให้แผลช้ำ เลือดหยุดไหลช้า


7. หลังการฉีดฟิลเลอร์

- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ความร้อนบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์
- ไม่ควรออกกำลังกายให้เหงื่อออกมาก เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นบริเวณที่ฉีด
- หลังฉีดทันทีไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด หรือปั้นเอง ในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
- หลังฉีดควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากโดยเฉพาะ วันแรก ของหลัง เพราะ Filler เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ Filler ที่ทำการเติมเต็มเข้าไปนั้นอยู่ได้นานขึ้น และช่วยให้น้ำจับกับโมเลกุล ของ Filler ที่ฉีด ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

8. ฟิลเลอร์มีโอกาสไหลได้หรือไม่?

ฟิลเลอร์นั้นมีโอกาสไหลได้เสมอ สาเหตุจากกรณีต่างๆ คือ

1. การเลือกประเภทของฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม ทั้งที่เป็นฟิลเลอร์ของแท้ที่มีอยู่ได้เกิน 5 ปีหรือว่ากึ่งถาวรแต่ใช้จำนวนเยอะเกินไป หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม

2. เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับผิวตำแหน่งนั้น โดยเลือกที่ความละเอียดของโมเลกุลมากเกินไป หรือใหญ่เกินไป ทำให้หนัก หน่วงต่อผิว ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้

หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ จะไม่สามารถเลือกประเภทของฟิลเลอร์ มาใช้ให้เหมาะกับแต่ละ area บนหน้าได้ถูกต้อง เพราะแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า จะใช้จำนวน และขนาดโมเลกุลของ filler ที่ต่างกัน รวมไปถึงเทคนิคการฉีดที่ถูกต้องได้



" แต่สำหรับที่กังนัมคลินิก สำหรับคนที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน มีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เป็นอย่างมาก จึงไม่มีความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะไหลและเป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เข้ารับการรักษา "


" REVIEW ฉีดฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิก "